เมื่อต้องใช้อินซูลิน ฉบับประชาชน

insulin เมื่อต้องใช้อินซูลิน ฉบับประชาชน

วันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี ธีมวันเบาหวานโลกปีนี้ เข้าถึง เข้าใจ รักษาไว เบาหวานไม่มีโรคแทรก

พี่เนิร์สและทีมงาน nurse soulciety ได้เห็นถึงความสำคัญของกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องใช้ยาอินซูลิน ที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาอินซูลิน อีกทั้งน้องๆยังสามารถนำความรู้ไปสื่อสารต่อกลุ่มผู้ป่วยได้อีกด้วย ไปดูกันเลย

insulin

อินซูลินคืออะไร?
อินซูลิน คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ ซึ่งปกติตับอ่อนจะทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินนี้ เพื่อทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลให้เหมาะสม ทั้งนี้ยังมีอินซูลินที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้ในทางการแพทย์ในการรักษาโรคเบาหวาน ทั้งในผู้เป็นโรคเบาหวาน ชนิดที่ 1 และ 2 ร่วมกับการใช้ยาชนิดอื่นๆ หรือเมื่อการใช้ยาชนิดอื่นๆ ไม่ได้ผลเป็นที่น่าพึงพอใจ หรือมีข้อบ่งห้ามในการใช้ยา

อินซูลินทำงานอย่างไร?
อินซูลิน ออกฤทธิ์โดยการนำน้ำตาลจากเลือดเข้าไปในเซลล์ของร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงาน ในผู้เป็นเบาหวานที่ขาดอินซูลิน หรืออินซูลินไม่สามารถออกฤทธิ์ได้ตามปกติ หรือการดื้ออินซูลิน ทำให้เซลล์ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ เป็นผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นจนเกิดเป็นโรคเบาหวาน

บุคคลกลุ่มใดจะต้องใช้อินซูลิน

  • ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 1 คือ ผู้ที่ตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หรือไม่สามารถสร้างอินซูลินได้
  • ผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 คือผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงมาก หรือใช้ยาชนิดรับประทานแล้ว ยังควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ หรือมีความผิดปกติของตับและไต
  • ผู้เป็นเบาหวานช่วงตั้งครรภ์
  • ผู้เป็นเบาหวานที่มีโรคแทรกซ้อนทางตับ ไต และรักษาโดยยาชนิดรับประทานไม่ได้ผล
  • ผู้เป็นเบาหวานจากสาเหตุอื่น เช่น ตับอ่อนถูกทำลาย ตับอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อรุนแรง อุบัติเหตุรุนแรง

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอินซูลิน

  • ผู้ที่ฉีดอินซูลิน แสดงว่าเป็นหนักหรือใกล้เสียชีวิต นั้นไม่เป็นความจริง ในความเป็นจริงการรักษาโรคเบาหวาน มีเป้าหมายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย ใช้ยารับประทาน และใช้ยาฉีดอินซูลิน

  • เมื่อเริ่มฉีดอินซูลินจะต้องฉีดยาไปตลอด นั้นไม่เป็นความจริง ไม่จำเป็นต้องฉีดยาไปตลอด สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทั้งด้านอาหาร การออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ จะทำให้การตอบสนองต่อยาดีขึ้น และสามารถลดขนาดยาอินซูลินลง จนอาจจะกลับมาใช้ยาชนิดรับประทานได้

    *แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เนื่องจากตับอ่อนสร้างอินซูลินไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หรือไม่สามารถสร้างอินซูลินได้ ต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลินเท่านั้น

  • การฉีดอินซูลินเป็นเรื่องยาก นั้นไม่เป็นความจริง ปัจจุบันมียาฉีดอินซูลินหลายชนิด ที่บรรจุในปากกาพร้อมใช้งาน สามารถปรับขนาดยาได้แม่นยำ มีตัวเลขแสดงขนาดยาชดเจน และใช้กับหัวเข็มที่มีขนาดเล็ก ทำให้สามารถฉีดยาได้ด้วยตนเอง มีความสะดวกสำหรับทั้งตัวผู้เป็นเบาหวาน และผู้ดูแล

  • ถ้างดอาหารไม่จำเป็นต้องฉีดอินซูลิน นั้นไม่เป็นความจริง หากผู้เป็นเบาหวานมีความจำเป็นต้องงดอาหาร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและปรับขนาดอินซูลิน หรือเลือกชนิดอินซูลินที่เหมาะสม เนื่องจากยาฉีดอินซูลินแต่ละชนิดจะมีระยะเวลาการออกฤทธิ์และเวลาหมดฤทธิ์ที่แตกต่างกัน

  • ต้องงดอินซูลินในวันที่เจ็บป่วยหรือทานอาหารไม่ได้ นั้นไม่เป็นความจริง ในวันที่เจ็บป่วยหรือไม่สบาย ผู้เป็นเบาหวานที่ฉีดอินซูลินห้ามหยุดยา แต่ควรมีการตรวจระดับน้ำตาลให้บ่อยขึ้น และอาจจะปรับขนาดยาตามระดับน้ำตาล ในกรณีที่รับประทานได้น้อยกว่าปกติ ให้พิจารณารับประทานอาหารอื่นทดแทน แต่ถ้ารับประทานไม่ได้ อาเจียนมาก ปวดท้อง ซึม ในเด็กหรือผู้สูงอายุ แนะนำให้รีบมาพบแพทย์

  • คนอ้วนคนผอมก็ใช้อินซูลินขนาดเท่ากัน นั้นไม่เป็นความจริง ปกติความต้องการยาอินซูลินในผู้เป็นเบาหวานที่อ้วน จะใช้ขนาดยาอินซูลินมากกว่าคนผอม เนื่องจากมีภาวะการดื้ออินซูลินร่วมด้วยมากกว่า

  • การใช้ยาเบาหวาน ทำให้ตับ ไต เสื่อม นั้นไม่เป็นความจริง อินซูลินหรือยาลดระดับน้ำตาล ไม่ได้ทำให้ตับ ไตเสื่อม แต่โรคเบาหวานที่มีระดับน้ำตาลสูง ความดันสูง จะมีผลต่ออวัยวะต่างๆ ทำให้เสื่อมต่อวัยอันควร เช่น ตา ไต เส้นประสาท รวมถึงโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ การใช้ยารักษาเบาหวาน จะช่วยชะลอการเสื่อมของไต เนื่องจากการเสื่อม เกิดจากระดับน้ำตาลที่สูง เมื่อลดระดับน้ำตาลสู่ปกติ จะสามารถชะลอการเสื่อมของไตจากโรคเบาหวานได้

ข้อควรปฏิบัติ เมื่อฉีดอินซูลิน

  • ห้ามเขย่าอินซูลินก่อนฉีด ก่อนใช้ยาควรตรวจดูลักษณะยา ถ้าเป็นชนิดน้ำใสต้องไม่หนืด ไม่มีสี ไม่ต้องเขย่าหรือคลึงก่อนฉีด ถ้าเป็นชนิดน้ำขุ่นแขวนตะกอน ให้คลึงขวดยาบนฝ่ามือทั้งสองข้างเบาๆ เพื่อให้ยาผสมกันทั้งขวด และห้ามเขย่าขวดยาเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดฟอง และจะต้องไล่อากาศก่อนฉีดยา

  • ไม่ควรฉีดอินซูลินบริเวณเดิมซ้ำทุกวัน ไม่ควรฉีดอินซูลินซ้ำตำแหน่งเดิมๆ เพราะจะทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแข็ง เป็นไต และการดูดซึมของยาอินซูลินลดลง ควรเปลี่ยนตำแหน่งฉีดยา โดยฉีดห่างจากตำแหน่งเดิมประมาณ 1 นิ้ว

  • บริเวณที่สามารถฉีดอินซูลินได้ คือบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน หน้าขา และสะโพก ซึ่งบริเวณที่อินซูลินดูดซึมได้ดีที่สุด คือ บริเวณหน้าท้อง รองลงมา คือ หน้าขา และต้นแขน ตามลำดับ

  • ไม่ควรคลึงบริเวณที่ฉีดอินซูลินหลังฉีดยา หลังจากฉีดอินซูลินแล้ว ไม่ควรนวดคลึงหรือถูบริเวณที่ฉีด เพราะจะทำให้การดูดซึมของยาเร็วไป หากมีเลือดออกบริเวณที่ฉีดอินซูลิน แนะนำให้ใช้สำลีแห้ง กดลงบนตำแหน่งที่ฉีดก็พอ

  • ไม่ควรใช้หัวเข็มฉีดอินซูลินซ้ำ โดยปกติการใช้หัวเข็มฉีดอินซูลิน ควรใช้ 1 หัวต่อ 1 ครั้ง แล้วทิ้ง หากจำเป็นจะต้องใช้ซ้ำ ต้องมั่นใจว่าหัวเข็มสะอาดและไม่อุดตัน โดยใช้ซ้ำไม่เกิน 5 ครั้ง ไม่ต้องทำความสะอาดหัวเข็ม เนื่องจากจะทำให้ซิลิโคนที่เคลือบอยู่นั้นหลุดออกไป ก่อนจะนำหัวเข็มไปทิ้ง ควรปิดปลอกเข็มให้สนิทและหาภาชนะที่มิดชิดใส่รวมไว้ให้เรียบร้อย นำมาให้โรงพยาบาลกำจัดทิ้ง เนื่องจากเป็นขยะติดเชื้อและวัสดุมีคม

  • การเก็บรักษาปากกาฉสีดอินซูลิน ปากกาฉีดอินซูลินที่เปิดใช้แล้วไม่ต้องเก็บในตู้เย็น ปากกาอินซูลินที่เปิดใช้แล้ว ให้เก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 25-30 องศาเซลเซียส ไม่จำเป็นต้องนำเข้าตู้เย็น อย่าให้ถูกแดดและความร้อน จะมีอายุการใช้งานประมาณ 1 เดือน นับจากวันแรกที่เปิดใช้ยา ขึ้นอยู่กับชนิดของอินซูลิน โปรดตรวจสอบข้อมูลในเอกสารกำกับยา ส่วนปากกาอินซูลินที่ยังไม่เปิดใช้ ให้เก็บไว้ในตู้เย็น อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส จะมีอายุการใช้งานตามวันหมดอายุที่ระบุบนฉลากยา

แหล่งข้อมูล

  1. สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
  2. แหล่งข้อมูลสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 : www.t2dminsulin.com
  3. บทความเรื่องการฉีดอินซูลินด้วยตนเอง พญ.พร้อมพรรณ พฤกษากร

Related Articles

ภาวะรั่วซึมของสารน้ำหรือยาออกนอกหลอดเลือดดำ

สวัสดีค่ะ พี่น้อง nurse soulciety ทุกท่าน หลังจากพี่เนิร์สเผยแพร่เนื้อหาภาวะหลอดเลือดดำอักเสบไปแล้วนั้น วันนี้เราจะมาทบทวนความรู้ของภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับยาทางหลอดเลือดดำส่วนปลายอีกอย่างหนึ่ง ที่สำคัญมากๆ คือ ภาวะรั่วซึมของสารน้ำหรือยาออกนอกหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตำแหน่งการให้ยา และติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ทำให้ต้องรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้น เสียค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น ดังนั้นพยาบาลควรมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกัน เฝ้าระวัง ประเมินการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อจากการรั่วของยาหรือสารน้ำ และจัดการเมื่อเกิดภาวะดังกล่าว ภาวะรั่วซึมของสารน้ำหรือยาออกนอกหลอดเลือดดำ สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ภาวะรั่วซึมของยาหรือสารน้ำออกนอกหลอดเลือดดำ…

CPR การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (ผู้ใหญ่/เด็ก/ทารก)

การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน CPR คืออะไร? CPR ย่อมาจากคำว่า Cardiopulmonary resuscitation หมายถึง ปฏิบัติการช่วยชีวิตยามฉุกเฉินเพื่อให้ปอดและหัวใจฟื้นคืนชีพขึ้นมา ก่อนถึงมือแพทย์เพื่อให้การรักษาเฉพาะต่อไป การทำ CPR เป็นวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อช่วยคืนชีวิตให้กับผู้ป่วย โดยผสมผสานระหว่าง การผายปอด เพื่อช่วยเพิ่มอากาศเข้าไปในปอด การกดหน้าอกบนตำแหน่งหัวใจ เพื่อช่วยให้หัวใจปั๊มเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนส่งต่อออกซิเจนไปยังอวัยวะต่าง ๆ เมื่อไหร่ถึงจะทำ CPR?การทำ CPR มักจะใช้สำหรับช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินที่หมดสติ…

ไวรัสโรต้า ตัวร้าย…ทำถ่ายไม่หยุด

ไวรัสโรต้า สาเหตุสำคัญของโรคอุจจาระร่วงที่รุนแรงในเด็ก โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 5 ปี ไวรัสชนิดนี้ระบาดได้ตลอดทั้งปีและพบมากขึ้นในช่วงอากาศเย็น ฤดูหนาว

Long Covid เจ็บ…แต่ไม่จบของคนเคยติดเชื้อ covid-19

Long Covid คืออะไร ? อ้างอิงจากนิยามองค์การอนามัยโลก ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2564 ระบุว่า เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นใหม่หรือต่อเนื่องภายหลังการติดเชื้อโควิด-19 หลังจากรักษาหายแล้ว แต่หลายคนยังรู้สึกเหมือนยังไม่หายดี ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นมีความหลากหลายและอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยอาจเป็นอาการที่เกิดขึ้นใหม่ หรือเป็นอาการที่หลงเหลืออยู่หลังรักษาหาย ส่วนมากตั้งแต่ 3 เดือน นับจากวันตรวจพบเชื้อ และมีอาการต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือน…

กลุ่มอาการ PMS/PMDD ก่อนมีประจำเดือน

สาวๆ คุณเคยมีอาการดังต่อไปนี้หรือเปล่า? อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือน เศร้า หดหู่ เซ็ง หงุดหงิด น่าเบื่อไปหมดทุกอย่าง อาการเหวี่ยงวีนของสาวๆ ก่อนมีประจำเดือน บางทีสาวๆ อย่างเราก็ยังไม่เข้าใจตัวเองเลย วันนี้พี่เนิร์สจึงขอพาทุกคนมาเช็คอาการที่เรามักจะเป็นก่อนมีประจำเดือน ว่าเราจัดอยู่ในกลุ่มอาการแบบไหน ต้องรักษาไหม?ไปดูกันเลย 1. เราเป็น PMS, PMDD หรือเปล่า ? PMS (Premenstrual Syndrome) คือ…