วัณโรค รู้เร็วรักษาหายขาดได้

- วัณโรค คืออะไร?
วัณโรคเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง มีชื่อเป็นทางการว่า Mycobacterium tuberculosis วัณโรคเกิดได้ในทุกอวัยวะของร่างกาย นอกจากจะติดเชื้อที่ปอดแล้ว ยังลุกลามไปยังอวัยวะอื่นได้ เช่น เยื่อหุ้มปอด ต่อมน้ำเหลือง กระดูกสันหลัง ข้อต่อ ช่องท้อง ระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาท เป็นต้น
วัณโรคปอดมักพบในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอจากการเป็นโรคอื่น ๆ มาก่อน เช่น หวัด หัด ไอกรน เอดส์ รวมถึงผู้ที่ทำงานหนัก พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มเหล้าจัด และผู้ที่ใกล้ชิดกับคนที่เป็นวัณโรค
- การแพร่กระจายวัณโรคปอด
เชื้อวัณโรคติดต่อจากคนสู่คนผ่านการหายใจรับเชื้อโรคที่ปะปนอยู่ในอากาศ ขณะที่ผู้ป่วยไอ จาม บ้วนน้ำลาย หรือขากเสมหะ - สัญญาณเตือนเป็น วัณโรค
- ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์
- ไอเป็นเลือด
- ไข้เรื้อรังต่ำ ๆ มักเป็นช่วงบ่ายหรือค่ำ
- เหงื่อออกมากผิดปกติตอนกลางคืน
- เจ็บหน้าอก หอบเหนื่อย
- เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง
- อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
- กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อวัณโรค
- ผู้อาศัยร่วมบ้านผู้ป่วยวัณโรค
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ติดเชื้อ HIV
- ผู้สูงอายุ

- ภาวะแทรกซ้อนของวัณโรค
ภาวะแทรกซ้อนที่มักพบได้ในผู้ป่วยวัณโรค ได้แก่ ไอเป็นเลือด ฝีในปอด ภาวะน้ำในช่องหุ้มปอด อาการปวดบริเวณหลัง ข้อต่อกระดูกอักเสบ หรืออาจรุนแรงถึงขั้นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปัญหาเกี่ยวกับตับและไต และโรคหัวใจ จากการที่เชื้อวัณโรคกระจายไปที่อวัยวะอื่น ๆ - การรักษาวัณโรค
วัณโรครักษาให้หายขาดได้ ถ้าผู้ป่วยมีวินัยในการรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
การรักษาผู้ป่วยวัณโรคระยะ 2 เดือนแรก แพทย์จะให้รับประทานยา 4 ชนิด ได้แก่
- ไอโซไนอะซิด (Isoniazid : H) : ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของเชื้อ
- ไรแฟมพิซิน (Rifampicin : R) : ยับยั้งการสร้าง ดีเอ็นเอ (DNA) ของเชื้อ
- พัยราซินาไมด์ (Pyrazinamide : Z) : ยับยั้งการสร้างกรดไขมันและโปรตีนที่จำเป็นต่อเชื้อ
- อีแธมบูทอล (Ethambutol : E) : ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของเชื้อ
หากผู้ป่วยดื้อยาอาจจำเป็นต้องใช้ยาอื่นร่วมด้วยเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อรักษาครบ 2 เดือน แพทย์จะตรวจเสมหะหรือเอกซเรย์ปอดซ้ำ หากมีการตอบสนองที่ดีแพทย์จะลดยาให้เหลือเพียง 2 ชนิด และยังต้องให้การรักษาต่อไปอีก 4 เดือน - การปฏิบัติตัวเมื่อป่วยเป็นวัณโรค
- กินยาตามชนิดและขนาดที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอจนครบกำหนด และไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง
- ผู้ป่วยควรแยกห้องนอนและหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่นในช่วงแรกของการรักษา
- สวมหน้ากาก ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น
- งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำลายสุขภาพให้เสื่อมโทรม

- วิธีป้องกันตัวเองจากวัณโรค
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยวัณโรค
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- สวมหน้ากากอนามัย เมื่อมีความเสี่ยงต่อการอยู่ใกล้ผู้ป่วยวัณโรค
- ตรวจสุขภาพอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ฉีดวัคซีนบีซีจี ช่วยป้องกันการเกิดโรควัณโรค
แหล่งข้อมูล : กรมควบคุมโรค, โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์, โรงพยาบาลพญาไท, โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา, โรงพยาบาลกระบี่นครินทร์ อินเตอร์เนชั่นแนล, ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ, โรงพยาบาลศิริราช, pobpad
Responses