การจัดท่าผู้ป่วยในการผ่าตัด

การจัดท่าผู้ป่วยในการผ่าตัด

สวัสดีค่ะพี่น้อง nurse soulciety ทุกท่าน วันนี้พี่เนิร์สรับบทเป็นพยาบาลวิสัญญีนะคะ จะมาแชร์ความรู้ในห้องผ่าตัดกันค่ะ นั่นก็คือ การจัดท่าผู้ป่วยในการผ่าตัด นั่นเอง ในที่นี้จะกล่าวถึงการจัดท่าผู้ป่วยที่ใช้บ่อยๆ ทั้งหมด 6 ท่าค่ะ

โดยการจัดท่าในการผ่าตัดนั้น ต้องพิจารณาว่ามีผลต่อสรีรวิทยาของผู้ป่วยอย่างไร พิจารณาความถูกต้องตามหลักกายวิภาค (body alignment) ความสะดวกรวดเร็วในการเฝ้าระวังและช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน และมีความเหมาะสมกับผู้ป่วยรายนั้นๆหรือไม่

ท่านอนหงายราบ (supine position)

1. ท่านอนหงายราบ (supine position)

เป็นท่าที่ใช้บ่อยที่สุดระหว่างการผ่าตัด ระดับของลำตัวและหัวใจอยู่ในระนาบเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา
มีผลต่อระบบไหลเวียนน้อย (หากมีการปรับระดับของศีรษะให้สูงหรือต่ำกว่าระดับหัวใจ อาจพบการเปลี่ยนแปลงในระบบไหลเวียนเลือดได้

ท่านอนหงายราบศีรษะต่ำ (supine Trendelenburg)

2. ท่านอนหงายราบศีรษะต่ำ (supine Trendelenburg)

ปรับระดับศีรษะให้ต่ำกว่าแนวราบ 30-45 องศา นิยมใช้ในการผ่าตัดช่องท้องส่วนล่าง การผ่าตัดทางนรีเวชและทางเดินปัสสาวะ

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา

  • ผลต่อระบบไหลเวียนเลือด โดยมีผลเพิ่มปริมาตรเลือดที่ไหลกลับหัวใจ เพิ่มความดันเลือด อัตราการเต้นของหัวใจและ cardiac output ลดลง ในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะการที่มีเลือดกลับเข้าสู่หัวใจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจวาย (heart failure) ได้
  • ผลต่อระบบหายใจ อาจเกิดภาวะปอดแฟบ (Atelectasis)ได้ง่าย เนื่องจากการปรับระดับศีรษะต่ำเมื่อร่วมกับการให้ยาหย่อนกล้ามเนื้อ มีผลทำให้อวัยวะในช่องท้องเลื่อนตัวดันกระบังลมไปทางศีรษะ
  • มีผลเพิ่มความดันในกะโหลกศีรษะ (Intracranial pressure) เนื่องจากรบกวนการไหลกลับของเลือดดำจากสมอง และเพิ่มความดันในลูกตา(Intraocular pressure)

ความเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง
การเลื่อนไถลของผู้ป่วยจนพลัดตกจากเตียง , การบวมของใบหน้า ลำคอและกล่องเสียง , การเลื่อนลงของท่อหายใจ ,การกดทับบริเวณปุ่มกระดูก

ท่านอนหงายราบศีรษะสูง (reverse Trendelenburg)

3. ท่านอนหงายราบศีรษะสูง (reverse Trendelenburg)

ปรับระดับศีรษะให้สูงขึ้น 30-45 องศา เพื่อให้อวัยวะในช่องท้องเลื่อนลงด้านล่าง จึงใช้ในการผ่าตัดช่องท้องส่วนบน มักใช้ร่วมกับการผ่าตัดผ่านกล้อง

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา
ผลต่อระบบไหลเวียนเลือด มีผลลดปริมาณเลือดที่ไหลกลับหัวใจ ทำให้ความดันเลือดต่ำลงได้

ความเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง
การเลื่อนไถลของผู้ป่วยไปทางปลายเท้า , การกดทับบริเวณปุ่มกระดูก

ท่าคว่ำ (Prone position

4. ท่าคว่ำ (Prone position)

ใช้ในการผ่าตัดหลายอย่าง อาทิ การผ่าตัดกะโหลกศีรษะบริเวณ posterior fossa, การผ่าตัดกระดูกสันหลังบริเวณคอ (Cervical) อก(thoracic) และบั้นเอว (lumbar) , การผ่าตัดบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก และการผ่าตัดบริเวณขาและข้อเท้า

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา
ผลต่อระบบไหลเวียนเลือด มีผลลด cardiac index ลงประมาณร้อยละ 20 จากการเพิ่มขึ้นของความดันในช่องอก , มี stroke volume ลดลง จากกลไกเดียวกันการเพิ่มความดันที่มีต่อหลอดเลือดดำ inferior vena cava ในท่าคว่ำ, และการเพิ่มการขังของเลือดดำบริเวณขา (venous pooling) ยังส่งผลให้ปริมาณที่ไหลกลับสู่หัวใจลดลง ทำให้ cardiac output ลดลงด้วย

ความเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง
การเลื่อนหลุดหรือผิดตำแหน่งของท่อหายใจ , การบวมของใบหน้า, ช่องคอและกล่องเสียง ,อาจเกิดการอุดกั้นการไหลของเลือดในหลอดเลือดแดง carotid หรือ verbral ส่งผลให้เกิดภาวะสมองขาดเลือด

ท่าขึ้นขาหยั่ง (lithotomy)

5. ท่าขึ้นขาหยั่ง (lithotomy)

ใช้ในการผ่าตัดทางนรีเวช การผ่าตัดลำไส้ใหญ่และทวารหนัก การผ่าตัดระบบทางเดินปัสสาวะ อาจใช้ร่วมกับการใส่ก๊าซในช่องท้องเพื่อผ่าตัดผ่านกล้อง การจัดท่าขึ้นขาหยั่งนี้จะทำให้ข้อสะโพกงอเป็นมุม 80-100 องศากับลำตัว และกางออก 30-45 องศาจากแนวกลางตัว เข่าทั้งสองข้างงอเพื่อให้ขาอยู่ในแนวขนานกับลำตัว ใช้อุปกรณ์พยุงบริเวณท่อนล่างของลำตัวเพื่อให้อยู่ในท่าที่ต้องการ

ในการจัดท่านี้ควรใช้ผู้ช่วยเหลืออย่างน้อยสองคนขึ้นไปเพื่อให้สามารถจัดตำแหน่งของขาทั้งสองข้างได้พร้อมกันช้าๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตึงตัวของกล้ามเนื้อหลังและการเคลื่อนของข้อสะโพก และเมื่อจัดผู้ป่วยกลับอยู่ในท่านอนหงายราบก็ควรทำเช่นเดียวกัน

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา

  • ผลต่อระบบไหลเวียนเลือด มีผลเพิ่ม Cardiac output เมื่อมีการยกขาทั้งสองข้างสูงขึ้น เป็นผลให้ปริมาณเลือดดำที่ไหลเข้าสู่หัวใจมากขึ้น
  • ผลต่อระบบหายใจ ทำให้ tidal volume และ compliance ของปอดลดลง จากท่าที่ทำให้อวัยวะในช่องท้องดันกระบังลมขึ้นไปทางศีรษะ
  • ผลต่อระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ การจัดท่าขึ้นขาหยั่งทำให้ความโค้งของกระดูกสันหลังส่วนเอว(lumbar lordosis) หายไป กระดูกสันหลังอยู่ในแนวราบ กล้ามเนื้อหลังตึงตัว ทำให้เกิดอาการปวดหลังได้

ความเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง
การเคลื่อนของกระดูกข้อสะโพกขณะจัดท่าขึ้นขาหยั่ง , มีรายงานการเกิดภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง (compartment syndrome)

ท่านอนตะแคง (lateral decubitus)

6. ท่านอนตะแคง (lateral decubitus)

ใช้สำหรับการผ่าตัดไต ท่อไต ต่อมหมวกไต ทรวงอก (ปอดและกระดูกสันหลังส่วนอก) และข้อสะโพก

การเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา

  • ผลต่อระบบไหลเวียนเลือด ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของศีรษะและขาเป็นระนาบเดียวกันกับลำตัวหรือไม่
  • ผลต่อระบบหายใจ ทำให้ปอดข้างที่อยู่ด้านล่างมีความจุลดลง หากแต่ปริมาณเลือดที่มาเลี้ยงเพิ่มขึ้น ทำให้เกิด ventilation/perfusion mismatch ได้มาก

ความเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง

  • เฝ้าระวังให้ศีรษะอยู่ในท่าธรรมชาติ ไม่เกิดการแหงนหรือบิดมากเกินไปที่จะทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อไขสันหลังบริเวณคอหรือกลุ่มเส้นประสาท brachial และไม่ก้มจนทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจหรือการเลื่อนตำแหน่งของท่อหายใจ
  • ระวังเกิดการกดทับบริเวณใบหูและดวงตาในด้านตะแคง

แหล่งข้อมูล : ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทย.(2560), วิสัญญีบริบาลทันยุค.(ครั้งที่1), กรุงเทพฯ:ลักกี้ สตาร์ มีเดีย จำกัด

Related Articles

ภาวะรั่วซึมของสารน้ำหรือยาออกนอกหลอดเลือดดำ

สวัสดีค่ะ พี่น้อง nurse soulciety ทุกท่าน หลังจากพี่เนิร์สเผยแพร่เนื้อหาภาวะหลอดเลือดดำอักเสบไปแล้วนั้น วันนี้เราจะมาทบทวนความรู้ของภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับยาทางหลอดเลือดดำส่วนปลายอีกอย่างหนึ่ง ที่สำคัญมากๆ คือ ภาวะรั่วซึมของสารน้ำหรือยาออกนอกหลอดเลือดดำ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อที่ตำแหน่งการให้ยา และติดเชื้อในกระแสเลือดได้ ทำให้ต้องรักษาในโรงพยาบาลนานขึ้น เสียค่ารักษาพยาบาลมากขึ้น ดังนั้นพยาบาลควรมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกัน เฝ้าระวัง ประเมินการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อจากการรั่วของยาหรือสารน้ำ และจัดการเมื่อเกิดภาวะดังกล่าว ภาวะรั่วซึมของสารน้ำหรือยาออกนอกหลอดเลือดดำ สามารถจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ ภาวะรั่วซึมของยาหรือสารน้ำออกนอกหลอดเลือดดำ…

Dopamine injection

รูปแบบยาและความแรง : Dopamine injection 200 mg/5ml (40mg/ml) ,50mg/5ml (10mg/ml) Inopin (Dopamine) 250 mg/10 ml (25mg/ml), 500mg/10 ml (50 mg/ml) *** ควรมีการตรวจสอบรูปแบบที่มีอยู่ในแต่ละโรงพยาบาล กลุ่มยาทางเภสัชวิทยา : Cardiogenic drug…

ทำความรู้จัก Burn Injury แผลไหม้

แผลไหม้ หมายถึง บาดแผลที่ผิวหนังถูกทำลายด้วยความร้อน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากถูกเปลวไฟลวก ถูกของเหลวร้อนลวก กระแสไฟฟ้าแรงสูง หรือสารเคมี ส่งผลทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้า หนังแท้ หรืออาจลึกลงไปถึงกระดูกได้

29 กันยายน วันหัวใจโลก

29 กันยายนของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น วันหัวใจโลก (World Heart Day) จัดขึ้นเพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของโรคหัวใจ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของประชากรโลก

31 พฤษภาคม วันงดสูบบุหรี่โลก

วันงดสูบบุหรี่โลก ตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม ของทุกปี โดยเริ่มมีการจัดงานตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 โดยองค์การอนามัยโลก องค์การอนามัยโลกประกาศประเด็นรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ปี 2565 “ยาสูบ : ภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อม” มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากยาสูบ ด้วยการสร้างความตระหนักให้แก่ประชาชนถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น บุหรี่คร่าชีวิตประชาชนทั่วโลกสูงถึงกว่า 8 ล้านคนต่อปี เป็นอันตรายต่อสุขภาพและยังทำลายสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่กระบวนการปลูก การผลิต การจัดจำหน่าย การบริโภค และขยะหลังการบริโภค…